จับเวลาท้องแข็ง

ท้องแข็งแบบไหนอันตราย และเมื่อไรควรไปโรงพยาบาล

สรุปสั้น ๆ

สำหรับท้องแรก ผู้ดูแลครรภ์หลายแห่งใช้เกณฑ์ 5-1-1 (Lamaze International) คือท้องแข็งห่างกันประมาณ 5 นาที นานครั้งละประมาณ 1 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง โรงพยาบาลรามาธิบดีให้รีบไปพบแพทย์เมื่อท้องแข็งไม่หายและมีแนวโน้มถี่ขึ้น แรงขึ้น โดยไม่ได้กำหนดเป็นนาที ท้องหลังมักต้องไปเร็วกว่าท้องแรก และถ้าบ้านไกลก็ต้องออกเร็วขึ้น ไม่ว่าท้องแข็งจะเป็นแบบไหน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีเลือดออก มีน้ำเดิน ลูกดิ้นน้อยลง ปวดท้องมาก มีไข้สูง หรืออายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ (โรงพยาบาลศิริราช, NHS, ACOG) ACOG แนะนำให้โทรหาคุณหมอเมื่อคิดว่าเริ่มคลอดหรือไม่แน่ใจ

สารบัญ
  1. ท้องแข็งถี่แค่ไหนจึงควรไปโรงพยาบาล
  2. ท้องแข็งแบบไหนอันตราย: อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  3. ท้องหลังอาจคลอดเร็วกว่า
  4. คิดเวลาเดินทางไว้ด้วย
  5. โทรหาห้องคลอดก่อนออกจากบ้าน
  6. ถ้าไปถึงห้องคลอดตอนยังอยู่ช่วงแรก

อาจเป็นกลางดึก และท้องแข็งเริ่มมาเป็นจังหวะ หรือคุณอาจกำลังอ่านไว้ล่วงหน้าเพื่อให้มีแผนก่อนถึงวันจริง ท้องแข็งแบบไหนอันตราย และเมื่อไรควรไปโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ตัดสินจากจังหวะของท้องแข็ง หรือการหดรัดตัวของมดลูก มีสัญญาณอันตรายอีกไม่กี่ข้อที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีไม่ว่าจังหวะจะเป็นแบบไหน

สำหรับท้องแรก ผู้ดูแลครรภ์หลายแห่งอยากให้คุณติดต่อเมื่อท้องแข็งห่างกันประมาณ 5 นาที นานครั้งละประมาณหนึ่งนาที และเป็นแบบนี้มาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง (Lamaze International) ACOG แนะนำให้ติดต่อคุณหมอทุกครั้งที่คิดว่าเริ่มคลอดหรือไม่แน่ใจ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเริ่มคลอดหรือยัง เริ่มจากบทความอาการใกล้คลอด

ท้องแข็งถี่แค่ไหนจึงควรไปโรงพยาบาล

สิ่งที่โรงพยาบาลดูคือท้องแข็งที่แรงและมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอต่อเนื่องมาสักพัก Kaiser Permanente ให้จับเวลาว่าแต่ละครั้งนานเท่าไร และนับระยะห่างจากตอนเริ่มครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มครั้งถัดไป

สำหรับท้องแรก แต่ละแห่งใช้เกณฑ์ต่างกันเล็กน้อย

  • Lamaze International บอกว่าผู้ดูแลครรภ์หลายแห่งใช้เกณฑ์ 5-1-1 คือห่างกันประมาณ 5 นาที นานประมาณ 1 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
  • Kaiser Permanente ให้มาเมื่อท้องแข็งทุก 3 ถึง 5 นาทีตลอดหนึ่งชั่วโมง แต่ละครั้งนานอย่างน้อย 45 ถึง 60 วินาที
  • Boston Medical Center ใช้ 4-1-1 คือท้องแข็งครั้งใหม่เริ่มอย่างน้อยทุก 4 นาที นานประมาณหนึ่งนาที ต่อเนื่องไม่หยุดอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
  • UC San Diego Health ใช้ช่วงเวลานานกว่า คือเจ็บสม่ำเสมอ นานประมาณหนึ่งนาที อย่างน้อยทุก 5 นาที ต่อเนื่องนานกว่าสองชั่วโมง
  • แผ่นพับภาษาไทยของ NSW Health ให้มาเมื่ออายุครรภ์ 37 สัปดาห์ขึ้นไป และท้องแข็งแรงขึ้น นานครั้งละ 60 วินาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเจ็บห่างกัน 3 ถึง 5 นาที

โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายเจ็บครรภ์จริงจากลักษณะของท้องแข็ง คือเจ็บสม่ำเสมอ อาจปวดหลังใกล้บั้นเอวร้าวมาที่หน้าท้อง ถี่ขึ้น เช่น จากทุก 15 นาทีเป็นทุก 5 ถึง 10 นาที นานขึ้น เช่น จาก 15 ถึง 20 วินาทีเป็น 45 ถึง 50 วินาที และนอนพักหรือทานยาแก้ปวดแล้วก็ไม่หาย รามาธิบดีไม่ได้กำหนดเกณฑ์เป็นนาที แต่แนะนำว่าถ้าท้องแข็งไม่หายไปและมีแนวโน้มถี่ขึ้น แรงขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ ถ้าท้องแข็งของคุณเป็นแบบนี้ ให้โทรหาห้องคลอดได้เลย แม้ยังไม่ครบเกณฑ์ 5-1-1 คู่มือของโรงพยาบาลศิริราชก็ให้ไปโรงพยาบาลเมื่อเจ็บครรภ์จริง พร้อมของใช้และเอกสารที่เตรียมไว้

ความแรงก็สำคัญ Boston Medical Center แนะนำให้เริ่มจับเวลาเมื่อพูดหรือหัวเราะระหว่างท้องแข็งไม่ได้ และบอกว่าท้องแข็งที่ช้าลงหรือหยุดเมื่อพัก ดื่มน้ำ หรือเดิน มักยังไม่ใช่ระยะปากมดลูกเปิดเร็ว บทความเจ็บท้องเตือนอธิบายลักษณะของท้องแข็งแบบนี้ ตัวเลขที่โรงพยาบาลของคุณให้มาคือตัวเลขที่ต้องทำตาม ถามตอนไปฝากครรภ์และจดไว้

การคิดเลขระหว่างท้องแข็งนั้นยาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ตัวจับเวลาท้องแข็งออนไลน์ที่ใช้ได้ฟรีแสดงระยะห่าง ระยะเวลา และบอกว่าใกล้เกณฑ์ 5-1-1 แค่ไหน แอป Contraction Timer ให้คุณตั้งเกณฑ์ของโรงพยาบาลเอง และเตือนเมื่อถึงเกณฑ์ พร้อมปุ่มโทรหาห้องคลอด แอปคำนวณอย่างไรอธิบายวิธีเช็กเกณฑ์ ถ้าเพิ่งเริ่มจับเวลา อ่านนับท้องแข็งยังไงก่อน

อินโฟกราฟิก

เมื่อไรควรไปโรงพยาบาล สรุปสั้น ๆ

  • ท้องแรก

    เกณฑ์ 5-1-1

    • ท้องแข็งห่างกันประมาณ 5 นาที
    • นานครั้งละประมาณ 1 นาที
    • ต่อเนื่องประมาณหนึ่งชั่วโมง
  • ท้องหลัง

    มักต้องไปเร็วกว่า

    • เกณฑ์มักเร็วกว่าท้องแรก
    • บ้านไกลต้องออกเร็วขึ้น
  • ไม่ว่าท้องแข็งจะเป็นแบบไหน

    ไปโรงพยาบาลทันทีถ้า

    • มีน้ำเดิน
    • มีเลือดออก
    • ลูกดิ้นน้อยลง
    • ปวดท้องมากไม่หาย หรือมีไข้สูง
    • อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์
จากแหล่งข้อมูลในบทความ ACOG แนะนำให้โทรหาคุณหมอเมื่อคิดว่าเริ่มคลอดหรือไม่แน่ใจ

ท้องแข็งแบบไหนอันตราย: อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

บางอาการต้องไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอดูจังหวะ คู่มือการปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์ของโรงพยาบาลศิริราชระบุอาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ไว้ดังนี้

  • มีเลือดออก ไม่ว่ามากหรือน้อย
  • ชัก
  • มีไข้สูง
  • แพ้ท้องมากกว่าปกติ
  • มีน้ำออกทางช่องคลอด
  • ลูกดิ้นน้อยลง โดยเฉพาะหลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน
  • บวมที่นิ้วมือ นิ้วเท้า และใบหน้า
  • ปวดศีรษะมากหรือตาพร่ามัว
  • เหนื่อยมาก
  • ปัสสาวะขัด ไม่สะดวก
  • ปวดท้องมาก

ACOG ให้ไปโรงพยาบาลเช่นกันถ้าน้ำเดินแล้วยังไม่มีท้องแข็ง มีเลือดออกมาก ปวดรุนแรงต่อเนื่องโดยไม่คลายระหว่างท้องแข็ง หรือลูกดิ้นน้อยลง Boston Medical Center บอกว่าเลือดสีชมพูหรือน้ำตาลเล็กน้อยเวลาเช็ดอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าออกมากเท่าประจำเดือน ไหลลงขา หรือมีลิ่มเลือด ต้องไปทันที ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นมูกปนเลือดหรือเลือดออก ให้ยึดตามคู่มือของศิริราชและโทรหาโรงพยาบาล NHS เสริมว่าอย่ารอถึงวันรุ่งขึ้น แม้จะเป็นกลางดึก

ถ้าน้ำเดิน Family Health Service กรมอนามัยฮ่องกงให้ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อน้ำคร่ำแตกหรือสงสัยว่าแตก เพราะถ้าปล่อยไว้นาน มดลูกและทารกจะเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น Boston Medical Center ให้มาทันทีถ้าน้ำมีสีเขียว เหลือง หรือน้ำตาล หรือถ้าคุณมีเชื้อ GBS (สเตรปโตคอคคัสกลุ่มบี) และต้องได้ยาปฏิชีวนะ แผ่นพับของ NSW Health แนะนำให้ใส่ผ้าอนามัยไว้ พยาบาลผดุงครรภ์จะดูสีและกลิ่นของน้ำเมื่อคุณมาถึง เรื่องที่ต้องสังเกตหลังน้ำเดินอยู่ในบทความน้ำเดิน

คู่มือของศิริราชยังมีข้อปฏิบัติของโรงพยาบาลเองว่า เมื่อเจ็บครรภ์หรือน้ำเดิน ให้งดอาหารและน้ำดื่ม แล้วรีบมาโรงพยาบาลทันที ถามโรงพยาบาลที่คุณฝากครรภ์ว่าใช้ข้อปฏิบัติแบบเดียวกันหรือไม่ ถ้ารู้สึกอยากเบ่งมากและคิดว่าลูกกำลังจะคลอดตอนนี้ ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669

ท้องหลังอาจคลอดเร็วกว่า

ACOG ให้ความยาวทั่วไปของการคลอดท้องแรกไว้ที่ 12 ถึง 18 ชั่วโมง และท้องหลังที่ 8 ถึง 10 ชั่วโมง NICE หน่วยงานที่จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติของสหราชอาณาจักร ระบุว่าระยะปากมดลูกเปิดเร็วใช้เวลาเฉลี่ย 8 ชั่วโมงในท้องแรก และประมาณ 5 ชั่วโมงในท้องหลัง

Kaiser Permanente, Boston Medical Center และ NSW Health ตั้งเกณฑ์ของท้องที่สองขึ้นไปไว้เร็วกว่า Kaiser แนะนำให้มาเมื่อท้องแข็งทุก 5 ถึง 7 นาที นาน 45 ถึง 60 วินาที NSW Health ใช้ 5 ถึง 7 นาทีเช่นกัน ส่วน Boston Medical Center ให้มาเมื่อห่างกัน 5 ถึง 6 นาที ถ้าครั้งก่อนคลอดเร็วมาก บอกคุณหมอตอนไปฝากครรภ์ เพื่อให้แผนของคุณคำนึงถึงเรื่องนี้

คิดเวลาเดินทางไว้ด้วย

ก่อนเริ่มคลอด ACOG แนะนำให้

  • ดูว่าบ้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลแค่ไหน และใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร
  • ลองซ้อมเดินทางไปโรงพยาบาลสักครั้ง
  • เผื่อเวลาสำหรับรถติด ชั่วโมงเร่งด่วน และความล่าช้าบนเส้นทางที่ใช้ประจำ

ถ้าเดินทางไกล ถามคุณหมอว่าควรออกเร็วกว่าเกณฑ์ปกติหรือไม่

ACOG ยังแนะนำให้จัดกระเป๋าไว้ล่วงหน้าและวางไว้ในที่หยิบง่าย เช่น ตู้ใกล้ประตูหรือท้ายรถ และติดตั้งคาร์ซีทให้ถูกต้อง รายการของเตรียมคลอดช่วยให้จัดของได้ครบ ตัดสินใจไว้แต่เนิ่น ๆ ว่าใครจะดูแลลูกคนโตและสัตว์เลี้ยง จะได้ไม่ต้องโทรหาคนช่วยในนาทีสุดท้าย

โทรหาห้องคลอดก่อนออกจากบ้าน

ถามโรงพยาบาลว่าอยากให้คุณมาแบบไหน แผ่นพับภาษาไทยของ NSW Health ให้ติดต่อห้องคลอดหรือพยาบาลผดุงครรภ์ก่อนออกจากบ้าน Kaiser Permanente ก็ขอให้โทรก่อนมา เพื่อให้ทีมช่วยคุณไม่ต้องเดินทางไปกลับโดยไม่จำเป็น ACOG แนะนำให้คุยเรื่องเหล่านี้กับทีมที่ดูแลคุณตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนกำหนดคลอด

  • เวลาที่เหมาะจะโทร
  • ติดต่อคุณหมอนอกเวลาทำการอย่างไร
  • ควรโทรก่อน หรือไปโรงพยาบาลเลย
  • ข้อปฏิบัติพิเศษสำหรับกรณีของคุณ

ในสหราชอาณาจักร NICE ให้ห้องคลอดประเมินทางโทรศัพท์ก่อน แล้วจึงตัดสินว่าคุณต้องมาให้ตรวจที่โรงพยาบาลหรือไม่

คนที่รับสายจะอยากรู้ว่าคุณและลูกเป็นอย่างไร การประเมินเบื้องต้นของ NICE รวมถึงการถามว่าคุณรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร กังวลเรื่องใด และลูกดิ้นเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าน้ำเดินแล้ว NICE ให้ถามว่าเกิดขึ้นเมื่อไร และถามถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำมีสีหรือมีกลิ่นเหม็น เลือดออก ลูกดิ้นน้อยลง ปวดท้องต่อเนื่อง รู้สึกไม่สบาย และผลตรวจ GBS เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อนโทร

  • อายุครรภ์กี่สัปดาห์ และเป็นท้องแรกหรือไม่
  • ท้องแข็งเริ่มเมื่อไร ห่างกันกี่นาที และนานครั้งละเท่าไร
  • ถ้าน้ำเดิน เกิดขึ้นเวลาไหน น้ำมีสีและกลิ่นอย่างไร
  • มีเลือดออกหรือไม่ และลูกดิ้นอย่างไร
  • ผลตรวจ GBS และโรคที่ทีมดูแลครรภ์รู้อยู่แล้ว
  • ใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร

ถ้าไปถึงห้องคลอดตอนยังอยู่ช่วงแรก

ที่โรงพยาบาล ทีมจะตรวจคุณและลูก และตรวจภายในเพื่อดูว่าปากมดลูกเปิดแค่ไหน แต่ละโรงพยาบาลรับไว้ที่จุดต่างกัน UC San Diego Health รับไว้เมื่อปากมดลูกเปิดเกิน 4 เซนติเมตร และอาจให้กลับบ้านถ้าน้อยกว่านั้น Boston Medical Center ให้อยู่เมื่อเปิดอย่างน้อย 5 ถึง 6 เซนติเมตร NICE นิยามระยะปากมดลูกเปิดเร็วว่าเป็นท้องแข็งสม่ำเสมอร่วมกับปากมดลูกเปิดต่อเนื่องตั้งแต่ 4 เซนติเมตร

ก่อนถึงจุดนั้น คุณยังอยู่ในระยะปากมดลูกเปิดช้า (ระยะแฝง) ซึ่งเป็นช่วงแรกของระยะการคลอด NHS บอกว่าช่วงนี้อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือบางครั้งหลายวัน และ Kaiser Permanente ก็บอกว่าช่วงแรกของการคลอดอาจนานหลายวัน ถ้าคุณและลูกสบายดี NICE แนะนำให้สนับสนุนให้คุณอยู่บ้านหรือกลับบ้าน ยกเว้นถ้าการกลับบ้านเสี่ยงต่อการคลอดโดยไม่มีพยาบาลผดุงครรภ์ หรือทำให้คุณทุกข์ใจ Boston Medical Center อาจแนะนำให้เดินเล่นใกล้ ๆ โรงพยาบาลแล้วตรวจอีกครั้ง หรือให้กลับไปพักที่บ้าน

การถูกให้กลับบ้านในช่วงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตามปกติ และไม่ได้แปลว่าคุณตัดสินใจผิด จับเวลาต่อไป พักเมื่อพักได้ และโทรอีกครั้งเมื่อจังหวะเปลี่ยนหรือมีสัญญาณอันตราย

โทรทันที ไม่ว่าท้องแข็งจะเป็นแบบไหน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ต้องรอดูจังหวะ ให้โทรหาโรงพยาบาล ห้องคลอด หรือคุณหมอที่ดูแลคุณทันที ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน รายการนี้อ้างอิงตาม NHS และ ACOG

  • มีน้ำเดิน แม้จะยังไม่เจ็บท้องก็ตาม
  • น้ำที่ออกมามีสีหรือมีกลิ่นเหม็น
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่ามากหรือน้อย มูกที่มีเลือดปนเป็นเส้นเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณเริ่มคลอด ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นแบบไหนให้โทร
  • ลูกดิ้นน้อยกว่าปกติ
  • ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ไม่คลายลงระหว่างการเจ็บแต่ละครั้ง
  • มีไข้ 38°C ขึ้นไป
  • อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ และคิดว่าอาจเริ่มเจ็บท้องคลอด
  • ท้องแข็งครั้งใดครั้งหนึ่งนานเกิน 2 นาที หรือท้องแข็ง 6 ครั้งขึ้นไปภายใน 10 นาที
  • ไม่แน่ใจหรือกังวล โทรได้ทุกเมื่อ

ถ้ารู้สึกอยากเบ่งมากและคิดว่าลูกกำลังจะคลอดตอนนี้ ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669

แหล่งข้อมูลของรายการนี้: NHS: Signs that labour has begun (2023); NHS: Pregnancy symptoms you need to get help for; ACOG: How to tell when labor begins; โรงพยาบาลศิริราช: คู่มือการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

ท้องแข็งแบบไหนควรไปโรงพยาบาล?

Lamaze International บอกว่าผู้ดูแลครรภ์หลายแห่งใช้เกณฑ์ 5-1-1 สำหรับท้องแรก คือท้องแข็งห่างกันประมาณ 5 นาที (นับจากเริ่มถึงเริ่ม) นานประมาณ 1 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง Kaiser Permanente ใช้ทุก 3 ถึง 5 นาทีตลอดหนึ่งชั่วโมง Boston Medical Center ใช้ 4-1-1 และแผ่นพับภาษาไทยของ NSW Health ใช้ท้องแข็งนานครั้งละ 60 วินาที อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ส่วนใหญ่ห่างกัน 3 ถึง 5 นาที โรงพยาบาลรามาธิบดีให้รีบไปพบแพทย์เมื่อท้องแข็งไม่หายและถี่ขึ้น แรงขึ้น สำหรับท้องหลัง Kaiser และ NSW Health ใช้ทุก 5 ถึง 7 นาที ส่วน Boston Medical Center ใช้ 5 ถึง 6 นาที

น้ำเดินต้องไปโรงพยาบาลเลยไหม?

ต้องไปค่ะ ไม่ว่าจะมีท้องแข็งหรือไม่ Family Health Service กรมอนามัยฮ่องกงให้ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อน้ำคร่ำแตกหรือสงสัยว่าแตก คู่มือของโรงพยาบาลศิริราชก็ให้รีบมาโรงพยาบาลทันทีเมื่อน้ำเดิน ACOG ระบุว่าน้ำเดินแต่ยังไม่มีท้องแข็งเป็นเหตุให้ไปโรงพยาบาล Boston Medical Center ให้มาทันทีถ้าน้ำมีสีเขียว เหลือง หรือน้ำตาล หรือถ้าคุณมีเชื้อ GBS และต้องได้ยาปฏิชีวนะ

ปากมดลูกเปิดกี่เซนถึงจะได้นอนโรงพยาบาล?

ไม่มีตัวเลขเดียว UC San Diego Health อาจให้กลับบ้านถ้าปากมดลูกเปิดน้อยกว่า 4 เซนติเมตร และรับไว้เมื่อเปิดมากกว่านั้น Boston Medical Center ให้อยู่โรงพยาบาลเมื่อเปิดอย่างน้อย 5 ถึง 6 เซนติเมตร NICE ของสหราชอาณาจักรนิยามระยะปากมดลูกเปิดเร็วว่าเป็นท้องแข็งสม่ำเสมอร่วมกับปากมดลูกเปิดต่อเนื่องตั้งแต่ 4 เซนติเมตร

ท้องสองต้องไปโรงพยาบาลเร็วกว่าท้องแรกไหม?

มักต้องไปเร็วกว่าค่ะ ACOG บอกว่าการคลอดท้องแรกมักใช้เวลา 12 ถึง 18 ชั่วโมง ส่วนท้องหลังมักใช้ 8 ถึง 10 ชั่วโมง สำหรับท้องหลัง Kaiser Permanente และ NSW Health ให้ไปเมื่อท้องแข็งทุก 5 ถึง 7 นาที ส่วน Boston Medical Center ใช้ห่างกัน 5 ถึง 6 นาที

ต้องโทรหาโรงพยาบาลก่อนไปไหม?

ถามโรงพยาบาลของคุณไว้ล่วงหน้า แผ่นพับภาษาไทยของ NSW Health ให้ติดต่อห้องคลอดหรือพยาบาลผดุงครรภ์ก่อนออกจากบ้าน Kaiser Permanente ก็ขอให้โทรก่อนมา เพื่อช่วยให้คุณไม่ต้องเดินทางไปกลับโดยไม่จำเป็น ACOG แนะนำให้ตกลงกันก่อนกำหนดคลอดว่าจะโทรก่อนหรือไปโรงพยาบาลเลย ถ้ารู้สึกอยากเบ่งมากและคิดว่าลูกกำลังจะคลอดตอนนี้ ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669

ไปโรงพยาบาลแล้วถูกให้กลับบ้าน ปกติไหม?

ปกติค่ะ NHS บอกว่าช่วงแรกของการคลอดอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือบางครั้งหลายวัน NICE แนะนำให้สนับสนุนผู้หญิงที่ยังไม่เข้าระยะปากมดลูกเปิดเร็วให้อยู่บ้านหรือกลับบ้าน ยกเว้นถ้าเสี่ยงต่อการคลอดโดยไม่มีพยาบาลผดุงครรภ์ หรือทำให้ทุกข์ใจ Boston Medical Center อาจแนะนำให้เดินเล่นใกล้ ๆ โรงพยาบาลแล้วตรวจอีกครั้ง หรือให้กลับไปพักที่บ้าน

แหล่งข้อมูล

  1. ACOG: How to tell when labor begins, patient FAQ (last reviewed November 2025)
  2. Kaiser Permanente: Labor: when to go to the hospital
  3. Boston Medical Center: How to tell if you're in labor
  4. UC San Diego Health: When to go to the hospital for childbirth
  5. Lamaze International: When in labor should you go to the hospital? (2021)
  6. NICE: Intrapartum care, guideline NG235 (2023, updated 2026)
  7. NHS: Signs that labour has begun (reviewed 2023)
  8. NHS: Pregnancy symptoms you need to get help for (2026)
  9. ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช: คู่มือการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์
  10. โรงพยาบาลรามาธิบดี (RAMA Channel): ตั้งครรภ์ ท้องแข็ง เจ็บครรภ์ คืออะไร ต้องทำอย่างไร (2018)
  11. NSW Health: เมื่อเจ็บท้องคลอดควรมาโรงพยาบาลเมื่อไหร่ (2018)
  12. Family Health Service กรมอนามัยฮ่องกง: สัญญาณเตือนระหว่างการตั้งครรภ์

บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรหาโรงพยาบาลหรือคุณหมอที่ดูแลคุณ และในกรณีฉุกเฉินให้โทรสายด่วน 1669

เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด คุณจะมีเรื่องให้ทำเต็มมือ

ดาวน์โหลด Contraction Timer วันนี้ แล้วลองกดปุ่มดูสักครั้ง แอปใช้ฟรีและไม่ต้องสมัครบัญชี

ดาวน์โหลดบน Google Play แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้

สแกนโค้ดด้วยมือถือเพื่อดาวน์โหลดแอป

ดาวน์โหลดแอปจับเวลาท้องแข็ง ฟรี แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้ ดาวน์โหลดแอป จับเวลาออนไลน์