การคลอด

NST คืออะไร: ติดเครื่อง NST แล้วกราฟบอกอะไรเรื่องท้องแข็งและหัวใจลูก

สรุปสั้น ๆ

NST (Nonstress Test) คือการตรวจคัดกรองสุขภาพลูกในครรภ์ โดยรัดสายสองเส้นรอบท้องเพื่อบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจลูกและการหดรัดตัวของมดลูก มักตรวจหลังอายุครรภ์ครบ 28 สัปดาห์และใช้เวลาประมาณ 30 นาที (MedPark) การบันทึกสองเส้นแบบนี้เรียกว่า CTG เส้นล่างบอกได้ดีว่าท้องแข็งถี่แค่ไหน แต่บอกความแรงได้แค่คร่าว ๆ เพราะเครื่องวัดอยู่นอกหน้าท้อง ในงานวิจัยเปรียบเทียบขนาดเล็ก ความสูงของกราฟแทบไม่สัมพันธ์กับแรงดันในมดลูก แอปจับเวลาท้องแข็งใช้แทน NST ไม่ได้ เพราะแอปเก็บเพียงเวลาที่คุณแตะเอง

สารบัญ
  1. NST คืออะไร และ CTG คืออะไร
  2. ผลตรวจ NST: reactive และ non-reactive
  3. อ่านกราฟ CTG: สองเส้นบนจอ
  4. ท้องแข็งบนกราฟ: ทำไมความสูงบอกความแรงได้ไม่ดี
  5. ตรวจ NST และติดเครื่อง CTG เมื่อไร
  6. มีแอปวัดท้องแข็งแทนเครื่อง NST ได้ไหม
  7. จดท้องแข็งที่บ้านก่อนไปโรงพยาบาล

คุณอาจเคยนอนติดเครื่อง NST แล้วสงสัยว่าทำไมตัวเลขบนจอถึงต่ำ ทั้งที่ท้องแข็งจนเจ็บ หรือกำลังหาเครื่องที่วัดท้องแข็งได้เองที่บ้าน NST คือการตรวจที่บันทึกอัตราการเต้นของหัวใจลูกและการหดรัดตัวของมดลูกไปพร้อมกัน ท้องแข็ง (คำที่คนไทยใช้เรียกการหดรัดตัวของมดลูก) มาถี่แค่ไหน ดูจากกราฟได้ดี แต่แรงแค่ไหนหรือเจ็บแค่ไหน กราฟบอกได้ไม่แม่นยำ

NST คืออะไร และ CTG คืออะไร

MedPark อธิบายว่าการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์แบบ Nonstress Test หรือ NST คือการตรวจคัดกรองสุขภาพลูกในครรภ์ โดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะลูกดิ้น เพื่อประเมินว่าลูกได้รับออกซิเจนเพียงพอหรือไม่ การตรวจนี้ปลอดภัยและไม่เจ็บ

CTG ย่อมาจาก cardiotocography คือการบันทึกเสียงหัวใจลูกและการหดรัดตัวของมดลูกพร้อมกันเป็นสองเส้น ตอนตรวจ NST เจ้าหน้าที่จะรัดสายยางยืดสองเส้นรอบท้อง เพื่อติดตามการหดรัดตัวของมดลูกและอัตราการเต้นของหัวใจลูก (MedPark) กราฟที่ได้จึงเป็นกราฟ CTG ชนิดเดียวกัน คำว่า NST บอกว่ากำลังตรวจอะไร ส่วน CTG คือชื่อของการบันทึก ซึ่งใช้ทั้งตอนตั้งครรภ์และระหว่างคลอด

ก่อนตรวจ ให้ปัสสาวะให้หมด แล้วนอนบนเตียงตรวจ การตรวจใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถ้าลูกไม่ตอบสนองระหว่างตรวจ อาจเป็นเพราะลูกกำลังหลับ แพทย์อาจใช้เครื่องส่งเสียงปลุกลูก หรือให้คุณทานขนมหรือเครื่องดื่มรสหวาน (MedPark)

ผลตรวจ NST: reactive และ non-reactive

MedPark อธิบายผลตรวจไว้สองแบบ

ผลความหมาย
reactiveหัวใจลูกตอบสนองต่อการดิ้นหรือการหดรัดตัวของมดลูกอย่างน้อย 2 ครั้งภายใน 20 นาที
non-reactiveหัวใจลูกไม่เต้นเร็วขึ้นเมื่อลูกดิ้น หรือลูกไม่ขยับ

ผล non-reactive อาจเกิดจากลูกได้ออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือลูกหลับสนิท ยาบางชนิดก็ทำให้ผลออกมาเป็น non-reactive ได้ แพทย์อาจตรวจเพิ่ม เช่น ตรวจ NST ร่วมกับอัลตราซาวด์ หรือตรวจดูการตอบสนองของลูกขณะมดลูกหดรัดตัวจากการให้ยา ถ้าพบความเสี่ยง แพทย์จะติดตามสุขภาพของลูกอย่างใกล้ชิด (MedPark)

อ่านกราฟ CTG: สองเส้นบนจอ

บนจอหรือกระดาษที่พิมพ์ออกมา คุณจะเห็นสองเส้น เส้นบนคืออัตราการเต้นของหัวใจลูกเป็นครั้งต่อนาที เส้นล่างคือการหดรัดตัวของมดลูก

ระหว่างคลอด แนวทาง NG229 ของ NICE ในอังกฤษให้แพทย์และพยาบาลประเมินเส้นบนทีละลักษณะ ลักษณะที่จัดอยู่ในกลุ่มปกติมีดังนี้

ลักษณะหมายถึงอะไรกลุ่มปกติตาม NICE
เส้นฐาน (baseline)อัตราการเต้นพื้นฐานที่เส้นหัวใจวิ่งอยู่รอบ ๆ110 ถึง 160 ครั้งต่อนาที คงที่
ความผันผวน (variability)เส้นแกว่งขึ้นลงรอบเส้นฐานมากแค่ไหน5 ถึง 25 ครั้งต่อนาที
การลดลงชั่วคราว (deceleration)ช่วงที่อัตราการเต้นตกลงชั่วคราวไม่มี หรือเป็นแบบ early หรือแบบ variable ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปมีลักษณะน่ากังวล

NICE ให้สีลักษณะสี่อย่าง คือการหดรัดตัวของมดลูก และสามลักษณะในตารางนี้ เป็นขาว เหลืองอำพัน หรือแดง แล้วจัดกราฟทั้งเส้นเป็นสามกลุ่ม ปกติเมื่อไม่มีลักษณะใดเป็นสีเหลืองอำพันหรือแดง น่าสงสัยเมื่อมีหนึ่งลักษณะเป็นสีเหลืองอำพัน และผิดปกติเมื่อมีลักษณะหนึ่งเป็นสีแดง หรือสองลักษณะขึ้นไปเป็นสีเหลืองอำพัน NICE ให้ประเมินการเปลี่ยนแปลงของกราฟร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น และพูดคุยกับคุณแม่ก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ

เกณฑ์นี้ใช้กับกราฟระหว่างคลอด ส่วนผล NST ตอนตั้งครรภ์ใช้เกณฑ์ reactive ตามหัวข้อด้านบน การแปลผลเป็นหน้าที่ของแพทย์และพยาบาล คุณไม่ต้องแปลตัวเลขบนจอเอง ถ้าสงสัยก็ถามได้เลย

เส้นล่างอ่านแบบนี้ ท้องแข็งแต่ละครั้งจะเป็นเนินที่ขึ้นแล้วลง ถ้านับเนินในสิบนาที ก็รู้ว่าตอนนี้ท้องแข็งถี่แค่ไหน

อินโฟกราฟิก

อ่านกราฟ NST และ CTG อย่างไร

เส้นบน: อัตราการเต้นของหัวใจลูก หน่วยเป็นครั้งต่อนาที ระหว่างคลอด NICE จัดเส้นฐาน 110 ถึง 160 ครั้งต่อนาทีอยู่ในกลุ่มปกติ

เส้นล่าง: การหดรัดตัวของมดลูก (ท้องแข็ง) บอกได้ดีว่าท้องแข็งถี่แค่ไหน แต่เครื่องวัดภายนอกบอกความแรงได้แค่คร่าว ๆ

ภาพจำลอง ไม่ใช่การบันทึกจริง ผลตรวจปกติหรือไม่ แพทย์และพยาบาลเป็นผู้ประเมินโดยดูภาพรวมทั้งหมด

ท้องแข็งบนกราฟ: ทำไมความสูงบอกความแรงได้ไม่ดี

คำอธิบายบางแห่งบอกว่า ยิ่งกราฟขึ้นสูง ท้องแข็งยิ่งแรง แต่กับการวัดภายนอก ข้อนี้จริงแค่คร่าว ๆ เครื่องวัดวางอยู่บนหน้าท้องและจับความตึงของผนังหน้าท้อง ไม่ได้วัดแรงดันภายในมดลูกเอง

งานวิจัยเปรียบเทียบของ Miles และคณะเมื่อปี 2001 แสดงให้เห็นเรื่องนี้ ผู้หญิง 20 คนที่อยู่ในระยะคลอดเต็มที่ถูกวัดสองทางพร้อมกันนานสองชั่วโมง ทางหนึ่งใช้เซนเซอร์ภายนอก อีกทางใช้สายวัดแรงดันในมดลูก ความถี่ของท้องแข็งตรงกันดี แต่ความสูงของกราฟแทบไม่ตรงกัน งานวิจัยนี้มีขนาดเล็ก และผู้เข้าร่วมโดยเฉลี่ยมีน้ำหนักเกิน ผู้วิจัยสรุปว่าในกลุ่มนี้ไม่ควรอาศัยการวัดภายนอกเพียงอย่างเดียว

ความเจ็บไม่มีเครื่องไหนวัดได้ ท้องแข็งรู้สึกอย่างไรมีแต่คุณที่รู้ บอกพยาบาลว่าคุณรู้สึกอย่างไร แม้กราฟตอนนั้นจะดูเรียบก็ตาม

กราฟยังบอกไม่ได้ด้วยว่าท้องแข็งทำให้ปากมดลูกเปิดหรือไม่ ACOG ระบุว่าบางครั้งต้องตรวจภายในเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของปากมดลูก จึงจะแยกเจ็บครรภ์จริงจากเจ็บท้องเตือนได้ อ่านความแตกต่างเพิ่มเติมได้ในเจ็บท้องเตือน

ตรวจ NST และติดเครื่อง CTG เมื่อไร

ระหว่างตั้งครรภ์

MedPark ระบุว่าแพทย์มักตรวจ NST หลังอายุครรภ์ครบ 28 สัปดาห์ เมื่อมีเหตุผล เช่น

  • อายุครรภ์เกินกำหนดหรือมากกว่า 40 สัปดาห์
  • ครรภ์เสี่ยงสูงจากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
  • ครรภ์แฝด
  • ลูกดิ้นน้อยลง
  • ลูกน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์
  • เคยมีลูกเสียชีวิตในครรภ์
  • คุณแม่มีเลือดกลุ่ม Rh ลบ และลูกมี Rh บวก

เหตุผลหนึ่งที่พบบ่อยคือสงสัยว่าจะคลอดก่อนกำหนด NHS ระบุสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนดสำหรับอายุครรภ์ไม่ถึง 37 สัปดาห์ไว้ดังนี้

  • ท้องแข็งหรือท้องตึงที่มาสม่ำเสมอ
  • ปวดคล้ายปวดประจำเดือน
  • มีน้ำไหลพรวดหรือซึมออกทางช่องคลอด
  • ปวดหลังแบบที่ไม่เคยเป็น

ถ้ามีอาการเหล่านี้ก่อน 37 สัปดาห์ ให้โทรหาโรงพยาบาลหรือห้องคลอดทันที ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคุณต้องตรวจ NST ก็ถามคุณหมอได้เลย

ที่โรงพยาบาลและระหว่างคลอด

สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่ำ แนวทาง NG229 ของ NICE แนะนำให้ฟังเสียงหัวใจลูกเป็นระยะด้วยหูฟัง Pinard หรือเครื่อง Doppler ในระยะคลอดที่เข้าสู่ระยะจริงแล้ว โดยฟังทันทีหลังท้องแข็งอย่างน้อย 1 นาที ทุก 15 นาทีเป็นอย่างน้อยในระยะที่ 1 และทุก 5 นาทีเป็นอย่างน้อยในระยะที่ 2 NICE อธิบายด้วยว่าถ้าไม่มีปัจจัยเสี่ยง การติด CTG ต่อเนื่องเสี่ยงต่อการได้รับหัตถการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการฟังเป็นระยะ ซึ่งอาจมากกว่าประโยชน์ที่ได้

ถ้าการฟังพบสิ่งน่ากังวลและยืนยันแล้ว NICE แนะนำให้ติด CTG ต่อเนื่อง และอธิบายเหตุผลให้คุณแม่และคนที่อยู่ด้วยฟัง แต่ละโรงพยาบาลมีแนวปฏิบัติของตัวเอง ถามได้ตอนฝากครรภ์ว่าระหว่างคลอดจะติดตามหัวใจลูกด้วยวิธีไหน

มีแอปวัดท้องแข็งแทนเครื่อง NST ได้ไหม

ไม่มีแอปไหนใช้แทน NST หรือ CTG ได้ แอปจับเวลาท้องแข็งของเราก็ไม่ได้วัดอะไรจากร่างกาย คุณแตะเมื่อเริ่มเจ็บและเมื่อหายเจ็บ แล้วแอปคำนวณระยะเวลาและระยะห่างให้ วิธีคำนวณอยู่ในแอปคำนวณอย่างไร

ลูกสบายดีหรือไม่ แอปแบบนี้บอกไม่ได้ ต้องให้แพทย์หรือพยาบาลฟังเสียงหัวใจลูกหรือตรวจ NST แต่แอปช่วยคิดเลขแทนคุณได้ ตอนที่คุณนั่งอยู่ที่บ้านกลางดึกและอยากรู้ว่าท้องแข็งถี่ขึ้นหรือยัง และจะเตือนเมื่อท้องแข็งถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้

จดท้องแข็งที่บ้านก่อนไปโรงพยาบาล

ที่บ้านไม่มีใครติดเครื่อง CTG ให้ แต่คุณบันทึกจังหวะท้องแข็งเองได้ และเกณฑ์ว่าควรไปโรงพยาบาลเมื่อไรก็ดูจากจังหวะนี้

เอกสารภาษาไทยของ NSW Health ให้คุณแม่ท้องแรกที่อายุครรภ์ 37 สัปดาห์ขึ้นไปมาโรงพยาบาลเมื่อเจ็บนาน 60 วินาที ห่างกัน 3 ถึง 5 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ถ้าเคยคลอดมาแล้วให้มาเมื่อห่างกัน 5 ถึง 7 นาที ถ้าโรงพยาบาลของคุณบอกไว้ต่างจากนี้ ให้ทำตามโรงพยาบาล

ที่โรงพยาบาล คุณแสดงบันทึกให้พยาบาลดูได้ บันทึกนี้ใช้แทนการตรวจไม่ได้ แต่ช่วยให้พยาบาลเห็นภาพรวมได้เร็วว่าท้องแข็งเปลี่ยนไปอย่างไร

วิธีจับเวลาท้องแข็งให้ถูกต้องอยู่ในนับท้องแข็งยังไง และควรออกจากบ้านเมื่อไรอยู่ในท้องแข็งแบบไหนอันตราย ควรไปโรงพยาบาลเมื่อไร

โทรทันที ไม่ว่าท้องแข็งจะเป็นแบบไหน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ต้องรอดูจังหวะ ให้โทรหาโรงพยาบาล ห้องคลอด หรือคุณหมอที่ดูแลคุณทันที ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน รายการนี้อ้างอิงตาม NHS และ ACOG

  • มีน้ำเดิน แม้จะยังไม่เจ็บท้องก็ตาม
  • น้ำที่ออกมามีสีหรือมีกลิ่นเหม็น
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่ามากหรือน้อย มูกที่มีเลือดปนเป็นเส้นเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณเริ่มคลอด ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นแบบไหนให้โทร
  • ลูกดิ้นน้อยกว่าปกติ
  • ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ไม่คลายลงระหว่างการเจ็บแต่ละครั้ง
  • มีไข้ 38°C ขึ้นไป
  • อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ และคิดว่าอาจเริ่มเจ็บท้องคลอด
  • ท้องแข็งครั้งใดครั้งหนึ่งนานเกิน 2 นาที หรือท้องแข็ง 6 ครั้งขึ้นไปภายใน 10 นาที
  • ไม่แน่ใจหรือกังวล โทรได้ทุกเมื่อ

ถ้ารู้สึกอยากเบ่งมากและคิดว่าลูกกำลังจะคลอดตอนนี้ ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669

แหล่งข้อมูลของรายการนี้: NHS: Signs that labour has begun (2023); NHS: Pregnancy symptoms you need to get help for; ACOG: How to tell when labor begins; โรงพยาบาลศิริราช: คู่มือการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

NST คืออะไร ต่างจาก CTG ไหม?

MedPark อธิบายว่า NST (Nonstress Test) คือการตรวจคัดกรองสุขภาพลูกในครรภ์ โดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะลูกดิ้น เพื่อประเมินว่าลูกได้รับออกซิเจนเพียงพอหรือไม่ ระหว่างตรวจจะรัดสายสองเส้นรอบท้องเพื่อติดตามทั้งหัวใจลูกและการหดรัดตัวของมดลูก CTG (cardiotocography) คือชื่อของการบันทึกสองเส้นนี้พร้อมกัน ซึ่งใช้ทั้งตอนตั้งครรภ์และระหว่างคลอด

ตรวจ NST กี่สัปดาห์?

MedPark ระบุว่าแพทย์มักตรวจ NST หลังอายุครรภ์ครบ 28 สัปดาห์ เมื่อมีเหตุ เช่น ครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ ครรภ์เสี่ยงสูงจากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ครรภ์แฝด ลูกดิ้นน้อยลง ลูกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ หรือเคยมีลูกเสียชีวิตในครรภ์ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคุณต้องตรวจ ถามคุณหมอได้เลย

ติดเครื่อง NST นานไหม?

ประมาณ 30 นาที (MedPark) ก่อนตรวจให้ปัสสาวะให้หมด แล้วนอนบนเตียงตรวจ เจ้าหน้าที่จะรัดสายยางยืดสองเส้นรอบท้อง ถ้าลูกไม่ตอบสนองเพราะอาจกำลังหลับ แพทย์อาจใช้เครื่องส่งเสียงปลุกลูก หรือให้คุณทานขนมหรือเครื่องดื่มรสหวาน การตรวจนี้ไม่เจ็บ

ผล NST reactive กับ non-reactive หมายถึงอะไร?

MedPark อธิบายว่าผล reactive คือหัวใจลูกตอบสนองต่อการดิ้นหรือการหดรัดตัวของมดลูกอย่างน้อย 2 ครั้งภายใน 20 นาที ส่วน non-reactive คือหัวใจลูกไม่เต้นเร็วขึ้นเมื่อลูกดิ้น หรือลูกไม่ขยับ ซึ่งอาจเกิดจากลูกได้ออกซิเจนไม่พอ ลูกหลับสนิท หรือยาบางชนิด แพทย์อาจตรวจเพิ่ม เช่น ตรวจ NST ร่วมกับอัลตราซาวด์

ตัวเลขเส้นล่างบนเครื่อง NST บอกว่าท้องแข็งแรงแค่ไหนไหม?

บอกได้ไม่ดีนัก เครื่องวัดภายนอกจับความตึงของหน้าท้อง ไม่ได้วัดแรงดันในมดลูกโดยตรง ในงานวิจัยเปรียบเทียบขนาดเล็กของ Miles และคณะ (2001) ความสูงของกราฟภายนอกแทบไม่สัมพันธ์กับแรงดันในมดลูก สิ่งที่อ่านได้ดีคือท้องแข็งมาถี่แค่ไหน

มีแอปที่ใช้แทนเครื่อง NST ไหม?

ไม่มีแอปไหนใช้แทน NST หรือ CTG ได้ แอปจับเวลาท้องแข็งอย่างของเราไม่ได้วัดอะไรจากร่างกาย แอปเก็บแค่เวลาที่คุณแตะตอนเริ่มเจ็บและหายเจ็บ แล้วคำนวณระยะเวลาและระยะห่าง ลูกสบายดีหรือไม่ แอปบอกไม่ได้ ต้องให้แพทย์หรือพยาบาลฟังเสียงหัวใจลูกหรือตรวจ NST

แหล่งข้อมูล

  1. MedPark Hospital: ตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ (NST) ขั้นตอน และผลตรวจ (2024)
  2. NICE: Fetal monitoring in labour, guideline NG229 (2022, updated 2026)
  3. Miles AM, Monga M, Richeson KS: Correlation of external and internal monitoring of uterine activity in a cohort of term patients. Am J Perinatol (2001)
  4. ACOG: How to Tell When Labor Begins (2025)
  5. NHS: Premature labour and birth (2024)
  6. NSW Health: เมื่อเจ็บท้องคลอดควรมาโรงพยาบาลเมื่อไหร่ (2018)

บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรหาโรงพยาบาลหรือคุณหมอที่ดูแลคุณ และในกรณีฉุกเฉินให้โทรสายด่วน 1669

เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด คุณจะมีเรื่องให้ทำเต็มมือ

ดาวน์โหลด Contraction Timer วันนี้ แล้วลองกดปุ่มดูสักครั้ง แอปใช้ฟรีและไม่ต้องสมัครบัญชี

ดาวน์โหลดบน Google Play แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้

สแกนโค้ดด้วยมือถือเพื่อดาวน์โหลดแอป

ดาวน์โหลดแอปจับเวลาท้องแข็ง ฟรี แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้ ดาวน์โหลดแอป จับเวลาออนไลน์