จับเวลาท้องแข็ง

นับท้องแข็งยังไง: วัดอะไร และเมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาล

สรุปสั้น ๆ

การนับท้องแข็งคือการวัดสองอย่าง ระยะเวลานับจากตอนเริ่มเจ็บจนท้องคลายลง ส่วนระยะห่างนับจากตอนเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มเจ็บครั้งถัดไป เริ่มนับเมื่อท้องแข็งสม่ำเสมอขึ้นหรือแรงขึ้น (healthdirect) และนับหลายครั้งติดกัน สำหรับท้องแรก OHSU ให้ไปโรงพยาบาลเมื่อท้องแข็งห่างกัน 5 นาทีต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมง นานครั้งละประมาณ 1 นาที โรงพยาบาลรามาธิบดีให้รีบไปพบแพทย์เมื่อท้องแข็งไม่หายและมีแนวโน้มถี่ขึ้น แรงขึ้น โดยไม่ได้กำหนดเป็นนาที ถ้าเคยคลอดมาแล้ว เกณฑ์มักเร็วกว่าท้องแรก

สารบัญ
  1. สิ่งที่ต้องวัด: ระยะเวลาและระยะห่าง
  2. ควรเริ่มนับท้องแข็งเมื่อไร
  3. นับท้องแข็งยังไง: วิธีนับทีละขั้นตอน
  4. จับเวลาท้องแข็งด้วยกระดาษ ตัวจับเวลาออนไลน์ หรือแอป
  5. ตัวเลขของคุณบอกอะไร
  6. เมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาลหรือไปห้องคลอด

พร้อมแล้วค่ะ แตะทันทีที่เริ่มเจ็บท้อง

  • –ระยะห่าง
  • –ระยะเวลา
  • 0จำนวนครั้ง

พอครบสามครั้ง ตรงนี้จะบอกว่าคุณยังห่างจากเกณฑ์ 5-1-1 แค่ไหน

ข้อมูลเก็บไว้ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น ตัวจับเวลานี้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ไม่ได้

ท้องแข็งขึ้นมา ค้างอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ คลายลง ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เป็นอีก คุณเริ่มสงสัยว่านี่คือเจ็บท้องคลอดแล้วหรือยัง ท้องแข็งเกิดจากการบีบตัวของมดลูก ทางการแพทย์เรียกว่าการหดรัดตัวของมดลูก (โรงพยาบาลรามาธิบดี) ส่วนคำถามว่านับท้องแข็งยังไง ใช้แค่นาฬิกาเรือนเดียวก็พอ แล้วคุณจะได้จังหวะการเจ็บที่เล่าให้คุณหมอหรือพยาบาลฟังได้

สิ่งที่ต้องวัดมีสองอย่าง ระยะเวลาคือท้องแข็งแต่ละครั้งนานเท่าไร ระยะห่างคือห่างกันกี่นาที โดยนับจากตอนเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มเจ็บครั้งถัดไป เมื่อจดไปสักระยะ ตัวเลขสองตัวนี้จะบอกว่าการเจ็บท้องคลอดกำลังมากขึ้นหรือไม่

สิ่งที่ต้องวัด: ระยะเวลาและระยะห่าง

ระยะเวลานับจากตอนที่รู้สึกว่าท้องเริ่มแข็ง จนถึงตอนที่ท้องกลับมานิ่มอีกครั้ง ระยะห่างนับจากตอนเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มเจ็บครั้งถัดไป Cleveland Clinic และ OHSU อธิบายไว้แบบเดียวกัน และ Cleveland Clinic แนะนำให้นับเป็นวินาทีเพราะง่ายที่สุด

ตัวอย่างเช่น ท้องแข็งเริ่มเวลา 02:10 และคลายลงเวลา 02:11 ครั้งถัดไปเริ่มเวลา 02:16 ครั้งแรกจึงนาน 1 นาที และท้องแข็งห่างกัน 6 นาที ส่วน 5 นาทีตรงกลางคือช่วงพักของคุณ

ที่พลาดกันบ่อยคือนับจากตอนหายเจ็บถึงตอนเริ่มครั้งใหม่ แบบนั้นจะได้แค่ช่วงพัก ท้องแข็งจึงดูถี่กว่าความจริง จากตัวอย่างข้างบน คุณจะจดว่า 5 นาทีแทนที่จะเป็น 6 นาที

อินโฟกราฟิก

วิธีวัดระยะเวลาและระยะห่าง

ห่างกัน 6 นาที
นาน 1 นาที
พัก 5 นาที ไม่ใช่ระยะห่าง
ตัวอย่างจากบทความ ท้องแข็งเริ่มเวลา 02:10 และคลายลงเวลา 02:11 ครั้งถัดไปเริ่มเวลา 02:16 ระยะห่างนับจากตอนเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มเจ็บครั้งถัดไป

ควรเริ่มนับท้องแข็งเมื่อไร

ไม่จำเป็นต้องจับเวลาทุกครั้งที่ท้องแข็ง ACOG บอกว่าเจ็บท้องเตือน (Braxton Hicks) เกิดได้หลายสัปดาห์ก่อนเริ่มคลอด มักไม่มีจังหวะและไม่ถี่ขึ้น คู่มือของโรงพยาบาลศิริราชเขียนว่าเจ็บครรภ์เตือนเริ่มในช่วง 3 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนกำหนดคลอด มักเจ็บที่ท้องน้อยส่วนล่าง ไม่เป็นเวลาและไม่สม่ำเสมอ โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายว่าเจ็บท้องเตือนอาจมาทุก 15 ถึง 20 นาทีโดยไม่ถี่ขึ้น และมักทุเลาลงหลังนอนพัก ถ้ายังแยกไม่ออก บทความเรื่องเจ็บท้องเตือนอธิบายความแตกต่างไว้

ในช่วงแรกของการคลอด ท้องแข็งมักมาไม่สม่ำเสมอ หรือเป็น ๆ หยุด ๆ Kaiser Permanente แนะนำให้ใช้เวลาช่วงนี้ฟังเพลง เดินเล่น หรืออาบน้ำอุ่น ถ้าเป็นตอนกลางคืนก็พักหรือนอนหลับ

เริ่มจับเวลาเมื่อท้องแข็งสม่ำเสมอขึ้น แรงขึ้น หรือดูเป็นจังหวะ (healthdirect) OHSU แนะนำให้เริ่มหลังจากท้องแข็งมาติดกันสักสองสามครั้ง ส่วน Boston Medical Center ใช้หลักง่าย ๆ ว่าเริ่มนับเมื่อเจ็บจนพูดหรือหัวเราะผ่านไปไม่ได้

ถ้าอายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ OHSU ให้ติดต่อคุณหมอทันทีตั้งแต่สัญญาณแรกของการคลอด healthdirect ให้โทรหาห้องคลอดทันทีถ้าท้องแข็งก่อน 37 สัปดาห์ และแผ่นพับภาษาไทยของ NSW Health ให้ติดต่อโรงพยาบาลเมื่อเจ็บท้อง น้ำคร่ำแตก หรือมีเลือดออกในช่วงนี้ ไม่ต้องรอดูจังหวะ

นับท้องแข็งยังไง: วิธีนับทีละขั้นตอน

  1. เมื่อท้องเริ่มแข็ง จดเวลาไว้ หรือแตะตัวจับเวลา
  2. เมื่อท้องคลายและกลับมานิ่ม จดเวลาอีกครั้ง
  3. เมื่อครั้งถัดไปเริ่ม จดเวลานั้นด้วย ช่วงเวลาระหว่างเวลาเริ่มสองครั้งคือระยะห่าง
  4. นับต่อไปอีกหลายครั้ง แล้วดูว่าระยะห่างและระยะเวลาเปลี่ยนไปอย่างไรในชั่วโมงที่ผ่านมา
  5. จดด้วยว่าแต่ละครั้งเจ็บแรงแค่ไหน และท้องแข็งยังมาอยู่ไหมเมื่อคุณพัก ดื่มน้ำ หรือขยับตัว

March of Dimes แนะนำให้จดระยะห่างของแต่ละครั้งและความแรงที่รู้สึก รวมถึงสังเกตว่าท้องแข็งยังมาต่อไหมเมื่อพัก ดื่มน้ำ หรือขยับตัว ข้อสุดท้ายนี้สำคัญ เพราะเจ็บท้องเตือนอาจหยุดไปเมื่อเดิน พัก หรือเปลี่ยนท่า (ACOG) ส่วนเจ็บท้องคลอดจริงยังมาต่อ โรงพยาบาลรามาธิบดีเขียนว่าเจ็บครรภ์จริงมักไม่หายไปแม้นอนพักหรือทานยาแก้ปวด และคู่มือของศิริราชบอกว่ายิ่งเดินจะยิ่งเจ็บมากขึ้น

หลังท้องแข็งสามครั้ง สิ่งที่คุณจดอาจออกมาแบบนี้

เวลาเริ่มระยะเวลาห่างจากครั้งก่อนความแรง
02:1060 วินาทีครั้งแรกปานกลาง
02:1655 วินาที6 นาทีปานกลาง
02:2165 วินาที5 นาทีแรง

Cleveland Clinic บอกว่าการจดเวลาเริ่มและความยาวของท้องแข็งแต่ละครั้งช่วยได้มาก เพราะคุณจะเล่าจังหวะการเจ็บให้คุณหมอฟังได้ง่ายขึ้น healthdirect เสริมว่าพยาบาลหรือคุณหมออาจถามว่าเจ็บนานเท่าไร แรงแค่ไหน และมาบ่อยแค่ไหน ถ้ามีน้ำเดิน ให้จดเวลา สี และปริมาณของน้ำไว้ด้วย (healthdirect)

คุณไม่ต้องจับเวลาเองก็ได้ healthdirect บอกว่าคนที่อยู่ด้วยช่วยจับเวลาให้ได้ คุณจะได้ใช้สมาธิกับการหายใจในแต่ละครั้ง

จับเวลาท้องแข็งด้วยกระดาษ ตัวจับเวลาออนไลน์ หรือแอป

ใช้วิธีไหนก็ได้ Cleveland Clinic พูดถึงทั้งแอปในมือถือและปากกากับกระดาษ ส่วน healthdirect ระบุนาฬิกาข้อมือ นาฬิกา หรือแอปจับเวลาท้องแข็ง ที่ต่างกันคือคุณต้องคิดเลขเองมากแค่ไหนระหว่างที่กำลังเจ็บ ถ้าชอบจดบนกระดาษ ตารางจับเวลาท้องแข็งมีแบบบันทึกให้พิมพ์ พร้อมค่าที่พบบ่อยในแต่ละระยะของการคลอด

กระดาษกับปากกาตัวจับเวลาออนไลน์แอปของเรา
วิธีบันทึกจดเวลาเริ่มและเวลาหายแตะตอนเริ่มและตอนหายแตะตอนเริ่มและตอนหาย หรือแตะเฉพาะตอนเริ่ม
สิ่งที่เห็นเท่าที่คุณคำนวณเองระยะเวลาและระยะห่างระยะเวลา ระยะห่าง และค่าเฉลี่ยของชั่วโมงที่ผ่านมา
การเช็กเกณฑ์ไม่มีบอกว่าใกล้เกณฑ์ 5-1-1 แค่ไหนเตือนเมื่อถึงเกณฑ์ 5-1-1, 4-1-1 หรือเกณฑ์ที่คุณตั้งเอง พร้อมปุ่มโทรหาห้องคลอด
ข้อมูลอยู่ที่ไหนบนกระดาษในเบราว์เซอร์ของคุณในมือถือของคุณ ไม่ต้องสมัครบัญชี

ลองตัวจับเวลาท้องแข็งออนไลน์ในเว็บไซต์นี้ได้เลย ตัวจับเวลานี้ใช้ตรรกะเดียวกับแอป ซึ่งอธิบายไว้ในแอปคำนวณอย่างไร เมื่อเจ็บท้องคลอดจริง ใช้แอป Contraction Timer ที่ใช้ได้ฟรี แอปทำงานได้แม้ไม่มีเน็ต และเก็บท้องแข็งทุกครั้งไว้ในมือถือของคุณ ตั้งค่าไว้ตั้งแต่สัปดาห์ท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ ใส่เกณฑ์ของโรงพยาบาลและเบอร์ห้องคลอดไว้ ช่วงที่จัดของเตรียมคลอดก็เป็นจังหวะที่ดี

ตัวเลขของคุณบอกอะไร

เมื่อการคลอดดำเนินไปตามระยะการคลอด ท้องแข็งจะถี่ขึ้นและแรงขึ้น ACOG อธิบายว่าเจ็บท้องคลอดจริงมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และแต่ละครั้งนานประมาณ 60 ถึง 90 วินาที ช่วงแรกของการคลอดมักสั้นกว่า ราว 30 ถึง 45 วินาที และอาจมาไม่สม่ำเสมอ (Kaiser Permanente) ในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว Cleveland Clinic บอกว่าท้องแข็งนาน 40 ถึง 70 วินาที และมาทุก 3 ถึง 5 นาที

โรงพยาบาลรามาธิบดียกตัวอย่างว่าเจ็บครรภ์จริงจะถี่ขึ้นจากทุก 15 นาทีเป็นทุก 5 ถึง 10 นาที และนานขึ้นจาก 15 ถึง 20 วินาทีเป็น 45 ถึง 50 วินาที ค่าของแต่ละระยะอยู่ในบทความท้องแข็งนานแค่ไหน

บทความท้องแข็งถี่แค่ไหนอธิบายความหมายของระยะห่างแต่ละแบบ ตั้งแต่ทุก 10 นาทีจนถึงทุก 3 นาที ตัวเลขเดียวบอกได้ไม่มาก เกณฑ์สำหรับท้องแรกด้านล่างล้วนดูจังหวะที่คงที่มาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เมื่อไรควรโทรหาโรงพยาบาลหรือไปห้องคลอด

โรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้ตัวเลขไม่เหมือนกัน สำหรับท้องแรก แหล่งข้อมูลเหล่านี้ให้เกณฑ์ไว้ดังนี้

  • OHSU (5-1-1): ท้องแข็งห่างกัน 5 นาที ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง นานครั้งละประมาณ 1 นาที
  • Boston Medical Center (4-1-1): ท้องแข็งอย่างน้อยทุก 4 นาที นานประมาณ 1 นาที ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  • Kaiser Permanente: ท้องแข็งทุก 3 ถึง 5 นาทีตลอดหนึ่งชั่วโมง และเจ็บจนพูดหรือเดินผ่านไปไม่ได้
  • NSW Health (แผ่นพับภาษาไทย): ท้องแข็งแรงขึ้น นานครั้งละ 60 วินาที ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเจ็บห่างกัน 3 ถึง 5 นาที

ถ้าเคยคลอดมาแล้ว แหล่งเหล่านี้ให้ไปเร็วขึ้น OHSU ให้ไปเมื่อห่างกัน 5 ถึง 10 นาทีต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมง Kaiser Permanente และ NSW Health ใช้ทุก 5 ถึง 7 นาที ส่วน Boston Medical Center ใช้ห่างกัน 5 ถึง 6 นาที ในสหราชอาณาจักร NHS ให้โทรหาพยาบาลผดุงครรภ์เมื่อท้องแข็งสม่ำเสมอทุก 5 นาทีหรือถี่กว่านั้น

คำแนะนำของโรงพยาบาลรามาธิบดีไม่ผูกกับตัวเลข ถ้าท้องแข็งไม่หายไปและมีแนวโน้มถี่ขึ้นและแรงขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ ถ้าไม่แน่ใจ หรือมีน้ำเดินหรือลูกดิ้นน้อยลง ให้ไปพบแพทย์ทันทีแม้ไม่มีท้องแข็ง คำแนะนำนี้รัดกุมกว่าเกณฑ์ตัวเลขข้างบน ถ้าท้องแข็งของคุณถี่และแรงขึ้นเรื่อย ๆ ให้ทำตามคำแนะนำนี้และโทรหาโรงพยาบาลได้เลย แผ่นพับของ NSW Health ยังแนะนำให้ติดต่อห้องคลอดหรือพยาบาลผดุงครรภ์ก่อนออกจากบ้าน

ถามโรงพยาบาลที่คุณฝากครรภ์ว่าใช้เกณฑ์แบบไหน ถามตอนไปตรวจครรภ์จะดีที่สุด บทความท้องแข็งแบบไหนอันตราย และเมื่อไรควรไปโรงพยาบาลอธิบายการตัดสินใจนี้อย่างละเอียด

โทรทันที ไม่ว่าท้องแข็งจะเป็นแบบไหน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ต้องรอดูจังหวะ ให้โทรหาโรงพยาบาล ห้องคลอด หรือคุณหมอที่ดูแลคุณทันที ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน รายการนี้อ้างอิงตาม NHS และ ACOG

  • มีน้ำเดิน แม้จะยังไม่เจ็บท้องก็ตาม
  • น้ำที่ออกมามีสีหรือมีกลิ่นเหม็น
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่ามากหรือน้อย มูกที่มีเลือดปนเป็นเส้นเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณเริ่มคลอด ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นแบบไหนให้โทร
  • ลูกดิ้นน้อยกว่าปกติ
  • ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ไม่คลายลงระหว่างการเจ็บแต่ละครั้ง
  • มีไข้ 38°C ขึ้นไป
  • อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ และคิดว่าอาจเริ่มเจ็บท้องคลอด
  • ท้องแข็งครั้งใดครั้งหนึ่งนานเกิน 2 นาที หรือท้องแข็ง 6 ครั้งขึ้นไปภายใน 10 นาที
  • ไม่แน่ใจหรือกังวล โทรได้ทุกเมื่อ

ถ้ารู้สึกอยากเบ่งมากและคิดว่าลูกกำลังจะคลอดตอนนี้ ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669

แหล่งข้อมูลของรายการนี้: NHS: Signs that labour has begun (2023); NHS: Pregnancy symptoms you need to get help for; ACOG: How to tell when labor begins; โรงพยาบาลศิริราช: คู่มือการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อย

นับท้องแข็งนับจากตอนเริ่มหรือตอนหาย?

นับจากตอนเริ่มค่ะ ระยะห่างนับจากตอนเริ่มเจ็บครั้งหนึ่งถึงตอนเริ่มเจ็บครั้งถัดไป (Cleveland Clinic, OHSU) ส่วนระยะเวลานับจากตอนเริ่มจนหายเจ็บของครั้งเดียวกัน ถ้านับจากตอนหายเจ็บถึงตอนเริ่มครั้งใหม่ คุณจะได้แค่ช่วงพักระหว่างการเจ็บ

ควรเริ่มนับท้องแข็งตอนไหน?

เริ่มเมื่อท้องแข็งสม่ำเสมอขึ้น แรงขึ้น หรือดูเป็นจังหวะ (healthdirect) OHSU แนะนำให้เริ่มหลังจากท้องแข็งมาติดกันสักสองสามครั้ง ส่วน Boston Medical Center ให้เริ่มเมื่อเจ็บจนพูดหรือหัวเราะผ่านไปไม่ได้ ถ้าอายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ OHSU ให้ติดต่อคุณหมอตั้งแต่สัญญาณแรกของการคลอด ไม่ต้องรอดูจังหวะ

ท้องแข็งกี่ครั้งใน 10 นาทีถึงต้องโทรหาโรงพยาบาล?

ขึ้นอยู่กับว่าการคลอดดำเนินไปถึงไหนแล้ว healthdirect บอกว่าในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว ท้องแข็งมักมาทุก 2 ถึง 3 นาที นานครั้งละ 50 ถึง 60 วินาที และแนะนำให้ติดต่อห้องคลอดเมื่อเจ็บสม่ำเสมอตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปใน 10 นาที NHS ให้โทรด่วนถ้าท้องแข็ง 6 ครั้งขึ้นไปใน 10 นาที หรือมีครั้งใดนานเกิน 2 นาที

ให้สามีหรือคนที่อยู่ด้วยช่วยนับท้องแข็งได้ไหม?

ได้ค่ะ healthdirect บอกว่าการให้คนที่อยู่ด้วยช่วยจับเวลาช่วยได้มาก คุณหมอหรือพยาบาลอาจถามว่าท้องแข็งนานเท่าไร แรงแค่ไหน และมาบ่อยแค่ไหน คนที่อยู่ด้วยจดข้อมูลเหล่านี้ไว้ได้ ส่วนคุณใช้สมาธิกับการหายใจในแต่ละครั้ง

ต้องนับท้องแข็งนานแค่ไหน?

นานพอให้เห็นจังหวะ เกณฑ์ท้องแรกของ OHSU, Boston Medical Center และ Kaiser Permanente ล้วนดูท้องแข็งต่อเนื่องประมาณหนึ่งชั่วโมง ระยะห่างสั้น ๆ ครั้งเดียวบอกอะไรได้ไม่มาก

ถ้าปวดท้องไม่หยุดเลย ต้องนับอย่างไร?

ไม่ต้องนับค่ะ ให้ไปโรงพยาบาล ACOG ระบุว่าปวดรุนแรงต่อเนื่องโดยไม่คลายระหว่างท้องแข็งเป็นเหตุให้ไปโรงพยาบาล และคู่มือของโรงพยาบาลศิริราชก็ให้มาพบแพทย์เมื่อปวดท้องมาก NHS ให้โทรหาห้องคลอดด่วนถ้ามีท้องแข็งครั้งใดนานเกิน 2 นาที

แหล่งข้อมูล

  1. Cleveland Clinic: Contractions (2024)
  2. OHSU Center for Women's Health: When to come to the hospital
  3. healthdirect Australia: Giving birth, contractions (2025)
  4. ACOG: How to tell when labor begins (2025)
  5. March of Dimes: Contractions and signs of labor (2025)
  6. Kaiser Permanente: When should you go to the hospital? (2022)
  7. Boston Medical Center: How to tell if you're in labor
  8. NHS: Signs that labour has begun (2023)
  9. โรงพยาบาลรามาธิบดี (RAMA Channel): ตั้งครรภ์ ท้องแข็ง เจ็บครรภ์ คืออะไร ต้องทำอย่างไร (2018)
  10. ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช: คู่มือการปฏิบัติตัวในขณะตั้งครรภ์
  11. NSW Health: เมื่อเจ็บท้องคลอดควรมาโรงพยาบาลเมื่อไหร่ (2018)

บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรหาโรงพยาบาลหรือคุณหมอที่ดูแลคุณ และในกรณีฉุกเฉินให้โทรสายด่วน 1669

เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด คุณจะมีเรื่องให้ทำเต็มมือ

ดาวน์โหลด Contraction Timer วันนี้ แล้วลองกดปุ่มดูสักครั้ง แอปใช้ฟรีและไม่ต้องสมัครบัญชี

ดาวน์โหลดบน Google Play แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้

สแกนโค้ดด้วยมือถือเพื่อดาวน์โหลดแอป

ดาวน์โหลดแอปจับเวลาท้องแข็ง ฟรี แอป iPhone มาเร็ว ๆ นี้ ดาวน์โหลดแอป จับเวลาออนไลน์